ความเป็นมาของวัดมะนาวหวาน

ประวัติ

วัดมะนาวหวาน   พระอารามหลวง

วัดมะนาวหวาน  ตั้งอยู่เลขที่  ๑๒๖  หมู่ที่ ๔  ตำบลช้างกลาง   อำเภอช้างกลาง จังหวัดนครศรีธรรมราช  ตรงหลักกิโลเมตรที่ ๓๖  ทางหลวงจังหวัดหมายเลข  ๔๐๑๕  มีเนื้อที่ทั้งหมด  ประมาณ ๓๐๘  ไร่ แบ่งออกเป็น ๒ เขต คือ

๑.             เขตพุทธาวาส  เขตสังฆาวาส เป็นที่ตั้งพระอุโบสถ  วิหาร ศาลาการเปรียญ เสนาสนะที่อยู่อาศัยของพระภิกษุสามเณร  และฌาปนสถาน   รวม เนื้อที่ ๓๘  ไร่

๒.            เขตธรณีสงฆ์  เป็นที่ตั้งโรงเรียน  ๓ โรง สถานีอนามัย ๑ แห่ง เป็นเขตสวนป่า  สวนผลไม้  ตลาดนัดชุมชน  และประชาชนปลูกบ้านเรือนอยู่อาศัย  ร้านค้า ทำสวน  จำนวนประมาณ  ๒๗๐  ไร่

วัดมะนาวหวาน   ปรากฏหลักฐานครั้งล่าสุด  โดยหนังสือรับรองตรวจสอบวัดของกรมการศาสนา  ตามหนังสือที่  ศธ. ๐๔๐๕/๔๒๙๕ ลงวันที่   ๒๗ เมษายน  พ.ศ. ๒๕๓๐ ระบุว่า  วัดนี้จัดตั้งเมื่อ  พ.ศ. ๒๒๒๕  ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมา  เมื่อ  พ.ศ. ๒๒๓๐ ตามหลักฐานนี้  แสดงว่าวัดมะนาวหวานปัจจุบันมีอายุ ๓๒๑ ปีแล้ว และได้สร้างขึ้นในรัชสมัยกรุงศรีอยุธยาตอนกลาง  ตรงกับรัชสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช

สภาพวัดและสิ่งก่อสร้าง  วัดมะนาวหวาน  ตังอยู่ในที่เหมาะสม  มีแม่น้ำไหลผ่าน  มีสวนป่าธรรมชาติซึ่ง

สงวนไว้เป็นเขตอภัยทาน  ประกอบด้วยไม้ตะเคียน  ไม้ไผ่  และป่าไม้เบญจพรรณ

ปัจจุบันวัดมะนาวหวาน  เป็นศูนย์กลางศาสนกิจและเป็นที่ประชุมของส่วนราชการ  องค์กรต่างๆ  ตามโอกาศ  มีพระสิริธรรมราชมุนี (สอน    ฐิตวีโร)  เป็น เจ้าอาวาสและรองเจ้าคณะจังหวัดนครศรีธรรมราช

กิจกรรมพิเศษของวัดมะนาวหวาน  นอกจากการศึกษาปฏิบัติธรรมเผยแพร่อบรมศีลธรรมตามปกติแล้ว  ทางวัดได้วางโครงการและปฏิบัติอย่างต่อเนื่องหลายโครงการกิจกรรม  เช่น การบรรพชาสามเณรภาคฤดูร้อนการสอนพระพุทธศาสนาวันอาทิตย์  การอบรมปฐมนิเทศพระนวกะในพรรษาและอนุเคราะห์เยาวชนในท้องถิ่น  ทั้งมีการจัดตั้งมูลนิธิวัดมะนาวหวาน  โดยมีวัตถุประสงค์ในตราสารเพื่อบำรุงการศึกษา  ให้ทุนการศึกษา เผยแพร่ศาสนาและสาธารณกุศลอื่นๆ

วัดนี้มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์  และสังคม     คือ

ได้รับพระราชทานพระบรมราชูปถัมภ์  ๒   ครั้ง     คือ

ครั้งที่  ๑    สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว    พร้อมด้วยสมเด็จพระนางเจ้าฯ  พระบรมราชินีนาถ  สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี  สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ  เจ้าฟ้าจุฬาภรณ์วลัยลักษณ์  อัครราชกุมารี  เสด็จพระราชดำเนินมาทรงยกช่อฟ้าพระอุโบสถ  เมื่อวันที่  ๒๐ กันยายน  ๒๕๑๙  ได้พระราชทานทรัพย์ส่วนพระองค์และเงินโดยเสด็จพระราชกุศลเป็นทุนมูลนิธิวัดมะนาวหวานด้วย

ครั้งที่ 2   สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินเททองหล่อพระพุทธสิหิงค์แบบนครศรีธรรมราชจำลองและทรงเปิดศาลาเฉลิมพระเกียรติ  ๖๐ พรรษา  พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเมื่อวันที่  ๑๖ สิงหาคม  ๒๕๓๔

วัดมะนาวหวาน ได้พัฒนาในด้านต่างๆ จนปรากฏเกียรติคุณดังนี้

-                   เป็นสำนักเรียนพระปริยัติธรรม  ประจำจังหวัดนครศรีธรรมราช

-                   เป็นวัดชนะเลิศวัดพัฒนาดีเยี่ยมของจังหวัดนครศรีธรรมราชในปี  พ.ศ. ๒๕๒๕

-                   เป็นหน่วยอบรมประชาชนประจำตำบลดีเด่นของกรมการศาสนาประจำปี พ.ศ. ๒๕๓๓

-                   เป็นวัดพัฒนาตัวอย่าง ของกรมการศาสนา   กระทรวงศึกษาธิการ ประจำปี พ.ศ. ๒๕๓๔

-                   เป็นวัดพัฒนาตัวอย่างที่มีผลงานดีเด่น  ประจำปี พ.ศ. ๒๕๓๕

-                   ทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ฯ ให้ยกวัดมะนาวหวาน  เป็นอารามหลวงชั้นตรี  ชนิดสามัญ  ในวันที่  ๒๒ เมษายน  ๒๕๓๙  ประกาศในราชกิจจานุเบกษา  เล่มที่ ๑๑๓ ตอนที่  ๔๔ ง  วันที่  ๓๐  พฤษภาคม  ๒๕๓๙ 

๓.     มีปูชนียวัตถุที่สำคัญ  คือ

-                                  พระเจดีย์สองพี่น้อง  เป็นโบราณสถานที่เก่าแก่ที่สุดภายในวัดตั้งอยู่หน้าอุโบสถริมฝั่งคลองจันดี  ห่างกันประมาณ  ๖.๕๐   เมตร  เป็นที่ศรัทธาเชื่อถือและเคารพสักการะของพุทธบริษัทวัดนาวหวาน  และประชาชนทั่วไป  มีลักษณะสถาปัตยกรรมแบบอยุธยา  เจ้าอาวาสได้บูรณปฏิสังขรณ์เสร็จเมื่อปี  ๒๕๓๕ ตามพระราชปรารภของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว  เมื่อคราวเสด็จพระราชดำเนินมาททรงยกช่อฟ้าอุโบสถ  เมื่อวันที่  ๒๐ กันยายน  ๒๕๑๙

-                                  พระประธานในอุโบสถ  เป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัย  แบบสุโขทัยหน้าตักกว้าง  ๔๙  นิ้ว  สร้างโดย  จ่าเผ่นผยอง   ( ชุ่ม      สุวรรณจินดา)  และนางทองสุข  สุวรรณจินดา  เมื่อวันที่  ๑๙  กุมภาพันธ์   ๒๕๑๔  ซึ่งสมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ      สมเด็จพระสังฆราช    สกลมหาสังฆปริณายก    ( จวน     อุภฐยี)  ประทานนามว่า

พระพุทธพิชิตมาร  ประทานสันติสุขสวัสดี    นรสีห์ธรรมานุศาสก์     ไตรโลกนาถธรรมบพิตร

-                   พระพุทธสิหิงค์   แบบนครศรีธรรมราชจำลอง  หล่อด้วยโลหะผสม  หน้าตักกว้าง   ๖๐  นิ้ว  มีพระนามาภิไธยย่อ  สธ.”  พระตราประจำพระองค์  สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ  สยามบรมราชกุมารี  ประดิษฐ์บนผ้าทิพย์ ประดิษฐ์เป็นพระปฏิมาประธาน ในศาลาเฉลิมพระเกียรติ  ๖๐  พรรษา   พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

๔.     วัดนี้เคยเป็นที่ประกอบพิธีทางศาสนาของทางราชการ  คือ

-                                  การอุปสมบทถวายเป็นพระราชกุศล ในสมัยเจริญพระชนมายุ  ๖๐ พรรษา ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว  ประจำปี  ๒๕๓๐

-                                  การบรรพชาสามเณรภาคฤดูร้อน  ประจำปีของอำเภอฉวางเพื่อถวายเป็นพระราชกุศล  แด่สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี  ซึ่งพระชนมายุได้   ๓๖   พรรษา  ประจำปี  ๒๕๓๕

-                                  พิธีถวายพระพร  ในวันเฉลิมพระชนมพรรษา  พิธีถวายบังคมวันปิยมหาราช

-                                  การประชุมหัวหน้าส่วนราชการ  ระดับจังหวัด  เขต   ภาค  และการบริการประชาชนตามโครงการจังหวัดเคลื่อนที่

๕.     มีประชาชนบำรุงวัดเป็นประจำ  ประมาณ  ๑,๒๐๐ คน  และ ในวันธัมมัสสวนะ มีประชาชนมาประกอบศาสนกิจเฉลี่ยครั้งละประมาณ  ๑๒๐ – ๒๐๐  คน

๖.      ทางวัดได้จัดกิจกรรมพิเศษในวันธัมมสวนะ  และวันสำคัญทางศาสนา  คือ

-                   ทำวัตรเช้า – เย็น  รักษาอุโบสถศีล  ฟังพระธรรมเทศนา

-                   เจริญสมาธิภาวนา

-                   เวียนเทียนในวันมาฆบูชา  วิสาขบูชา  อาสาฬหบูชา

-                   ถวายเทียนพรรษา  ผ้าอาบน้ำฝน ตักบาตรโวโรหณะ

-                   ประกอบพิธีกรรมในเทศกาลสงกรานต์  วันสารท   วันปีใหม่   ด้วยการตักบาตร  สรงน้ำพระพุทธรูป  และสรงน้ำผู้สูงอายุ

-                   การเจริญชัยมงคลคาถา  ถวายพระพร  ในวันเฉลิมพระชนมพรรษาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว  สมเด็จพระนางเจ้า ฯ  พระบรมราชินีนาถ  และพระบรมวงศ์ทุกพระองค์

๗.     ทางวัดมีการศึกษาพระปริยัติธรรม  ตั้งแต่  พ.ศ.  ๒๕๐๘  แผนกบาลีเปิดเรียนเมื่อ  พ.ศ.  ๒๕๒๙

แผนกสามัญเปิดเรียน พ.ศ.๒๕๓๔

๘.     วัดจัดการปกครองคณะสงฆ์ภายในวัด  ดังนี้

-                                  ยึดหลักพระธรรมวินัย  พระราชบัญญัติการปกครองคณะสงฆ์กฎหมาย  ระเบียบ   กฎมหาเถรสมาคม  หลักสามัคคี  การอนุเคราะห์ซึ่งกันและกัน มีพะอธิการกะ รับผิดชอบหน้าที่ตามพระวินัย มีกติกาปกครองเป็นหลักฐานโดยเฉพาะ

๙.      ทางวัดจัดการเผยแพร่พระพุทธศาสนา  คือ

-                   เทศนาประจำวันธรรมสวนะ งานบุญ    และเทศกาล

-                   ออกเทศนาอบรม  ฝึกอบรมบุคคลเป้าหมายตามโครงการ ธรรมะสู่ประชาชน

-                   ตั้งหอกระจายข่าว  เผยแพร่ข่าวศาสนา  ข่าวทางราชการ  เทปบันทึกพระธรรมเทศนา  ปาฐกถาธรรม

-                   ช่วยเหลือการศึกษาทางโลก จัดตั้งโรงเรียนระดับอนุบาล  โรงเรียนประถมศึกษา   โรงเรียนมัธยมศึกษา  ส่งพระภิกษุสามเณร  ผุ้ทรงคุณวุฒิสอนโรงเรียนต่างๆ

-                   นอกจากนี้ วัดยังเป็นที่ตั้ง  หน่วยอบรมประจำตำบล อ.ป.ต. ของกรมศาสนา และร่วมมือกับองค์การอื่นๆ  ประกอบกิจกรรมในการเผยแพร่ธรรมะ   เช่น วิทยาลัย  องค์การบริหารส่วนจังหวัด  ตามโครงการ พัฒนาชีวิตด้วนศาสนาและจริยธรรม”